กลับไปconten
หลักการอ่านในภาษาไทย
       การอ่านออกเสียงคำเป็นการแสดงความหมายของคำไปสู่ผู้อ่านและผู้ฟังเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน  การอ่านคำในภาษาไทยมีปัญหาอยู่มาก  เพราะนอกจากคำไทยแล้ว ยังมีภาษาต่างประเทศปนอยู่หลายภาษา  คำบางคำอ่านอย่างภาษาไทย บางคำอ่านตามลักษณะของภาษาเดิม 
การอ่านคำในภาษาไทยจึงต้องศึกษาหลักเกณฑ์และเหตุผลประกอบเป็นคำไป     มีหลักการอ่านดังนี้     
                  
การอ่านตัว ร  ล                                                                                                                                                 
ต้องอ่านตัว ร และ ล  ให้ถูกต้อง  ไม่อ่าน ร เป็น ล  หรือ  ล  เป็น ร  เพราะถ้าอ่านผิดก็จะทำให้ความหมายผิดไป  เช่น 
  ถนนลาดยาง       ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า               
เขาลอดบ่วง           เขารอดชีวิต         
เธอเป็นโรคร้าย        โลกนี้ช่างโหดร้ายกับเธอ
การอ่านคำควบกล้ำ                                                                                                                                                
คำควบกล้ำ ( อักษรควบ )
หมายถึง พยัญชนะสองตัวเขียนเรียงกันอยู่ต้นพยางค์ และใช้สระเดียวกัน เวลาอ่านออกเสียงกล้ำเป็นพยางค์เดียวกัน
เสียงวรรณยุกต์ของพยางค์นั้นจะผันเป็นไปตามเสียงพยัญชนะตัวหน้า  คือเสียงพยัญชนะต้น  ก  ข  ค  ต  ป  ผ  พ  ที่เขียนควบพยัญชนะ  ร  ล  ว  ออกเสียงควบกล้ำกัน   
อ่านได้  ๒  แบบคือ                                   
๑.  อ่านอย่างอักษรควบแท้  คือ  อ่านออกเสียงพยัญชนะตัวต้นและพยัญชนะ  ตัวตามควบพร้อมกัน  เช่น                
ควบกับ  ร  ได้แก่                                                                               
                        กร        เช่น        กรอง   กรีด  กราย  โกรธ                                                                           
                        ขร        เช่น        ขรัว  ขรุขระ  ขรึม                                                                                        
                         คร       เช่น        ครอบ   ครอง  คร้าม  โครม  ครู                                                
                          ตร     เช่น        ตรอง   ตรี  ตริ  ตรึง  ตรวจ                                                                                                                    
ควบกับ  ล  ได้แก่                                                                                                                                                                                                    
                        ขล      เช่น  ขลาด  เขลา  ขลัง  โขลก  โขลน                                                    
                        คล      เช่น  คล้อย   คลอง  คลัง  คล้ำ  ไคลคลา                                                 
                         ปล      เช่น เปล่ง  ปลั่ง  ปลอด   ปลอบ  ปลื้ม                                                    
                          ผล      เช่น  เผลอ  ผลุบ  โผล่  เผล่                                                                      
                          พล     เช่น  พลอง   แพลง   พลอย  เพลี่ยงพล้ำ                     
 ควบกับ  ว  ได้แก่                                                                                                                                                       
                        ขว    เช่น  ขวาง  ขวา  ขวนขวาย  ?ขวักไ??ขว่                                                      
                         คว    เช่น  ความ  คว้า   คว้าน    ควัก   ควัน                                              
๒.   อ่านอย่างอักษรควบไม่แท้  คือ  อ่านออกเสียงเฉพาะพยัญชนะตัวต้นเพียงตัวเดียว  ไม่ออกเสียงตัวควบ   
หรือบางตัวก็ออกเสียงเปลี่ยนไปเป็นเสียงพยัญชนะตัวอื่น  เช่นอ่านออกเสียงเฉพาะพยัญชนะตัวต้น  ไม่ออกเสียงควบ  เช่น                                                                     
                          จริง   อ่านว่า   จิง             เศร้า  อ่านว่า  เส้า                                                                                                 
                           สรง   อ่านว่า   สง             สระ  อ่านว่า   สะ                                                                
  อ่านออกเสียงเปลี่ยนไปเป็นเสียงตัวอื่น  ได้แก่  พยัญชนะควบ “ทร”  ออกเสียง  เป็น “ซ”  เช่น                              
                        ทรวด    อ่านว่า     ซวด                 ทรง     อ่านว่า      ซง
                        ทรัพย์    อ่านว่า    ซับ                   ทราย   อ่านว่า      ซาย                                                   
 มีผู้นำคำควบ  “ทร”  ที่ออกเสียงเป็น  “ซ”  มาแต่งเป็นคำประพันธ์ไว้เพื่อให้ง่ายต่อการจำไว้ดังนี้                                                               
ทรวดทรงทราบทรามทราย                               ทรุดโทรมหมายนกอินทรี
  มัทรีอินทรีย์มี                                                 เทริดนนทรีพุทราเทรา                      
 ทรวงไทรทรัพย์แทรกวัด                                   โทรมมนัสฉะเชิงเทรา      
ตัว “ทร” เหล่านี้เรา                                           ออกสำเนียงเป็นเสียง “ซ”                   
 หมายเหตุ   ทร  บางคำอ่านอกเสียงอย่างคำควบแท้  เช่น  จันทรา   อินทรา   นิทรา  ฯลฯ             
การออกเสียงคำควบกล้ำให้ชัดเจนถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญ  เพราะถ้าออกเสียงไม่ชัดเจนหรือผิดพลาดไป  จะทำให้ถ้อยคำขาดความไพเราะ 
ความหมายของคำไม่ชัดเจนหรือผิดพลาดไปด้วย  การออกเสียงคำควบกล้ำให้ถูกต้องแม่นยำ  จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องฝึกฝนอย่างยิ่ง                                                                                                                                                  
หลักการอ่านออกเสียงอักษรนำ                                                                                                                     
แนวทางสำหรับพิจารณาการอ่านอักษรนำมีดังต่อไปนี้
๑. ถ้า "อ" และ "ห" นำอักษรเดี่ยว ไม่ออกเสียง "อ" และ "ห" แต่เสียงวรรณยุกต์ที่ออกนั้น ต้องออกเสียงเหมือนเสียงวรรณยุกต์ของตัวหน้าที่เป็นตัวนำ เช่น              
                อ  นำ  ย      อย่า         อยู่         อย่าง     อยาก
                ห  นำ  ย       หยด     หยิม         เหยาะ     หยาม    
                ห  นำ  ง       แหงน     หงาย       เหงา       หงอน   
                ห  นำ  ญ     ใหญ่     หญ้า       หญิง                                                                                                       
                ห  นำ  น      หนี         หนู         หนา      หน่อย                   
๒. ถ้าอักษรสูงนำอักษรต่ำเดี่ยว ต้องออกเสียงวรรณยุกต์ของพยัญชนะตัวหลังให้มีเสียงสูงตามอักษรนำ  เหมือนกับมี  ห นำหน้าคำหลัง   เช่น
                                ผนัง           ออกเสียงว่า       ผะ – หนัง
                                แผนก         ออกเสียงว่า         ผะ – แหนก
                                สงบ           ออกเสียงว่า        สะ – หงบ
                                สงวน         ออกเสียงว่า        สะ - หงวน 
๓. ถ้าอักษรกลางนำอักษรต่ำเดี่ยว ต้องออกเสียงวรรณยุกต์ของพยัญชนะตัวหลังตามเสียงอักษรกลางที่นำ คือ ตัวนำมีเสียงวรรณยุกต์อย่างไร
พยัญชนะตัวหลังที่ถูกนำก็จะมีเสียงวรรณยุกต์อย่างเดียวกัน คือ เหมือนเอา ห นำคำหลัง เช่น
                                ตลบ     ออกเสียงว่า     ตะ – หลบ          
                                ตลาด    ออกเสียงว่า   ตะ – หลาด
                                ปรอท    ออกเสียงว่า      ปะ – หรอด
                                อนึ่ง       ออกเสียงว่า     อะ – หนึ่ง                                                                      
๔. ถ้าอักษรสูงนำอักษรต่ำคู่หรืออักษรกลาง ให้ออกเสียงวรรณยุกต์ของพยัญชนะตัวหลังตามเสียงวรรณยุกต์ของตัวมันเอง
ไม่ต้องผันไปตามเสียงอักษรสูง เช่น                                                                       
                         สบง     ออกเสียงว่า         สะ – บง          สบาย     ออกเสียงว่า     สะ – บาย                                                           
                        ขจาย     ออกเสียงว่า      ขะ – จาย          ขจร       ออกเสียงว่า        ะ – จอน                                                          
๕. ถ้าอักษรต่ำเป็นอักษรนำ ให้อ่านออกเสียงวรรณยุกต์พยัญชนะตัวหลังตามเสียงวรรณยุกต์ของตัวมันเอง เช่น                                                                                           
                   รหัส      ออกเสียงว่า           ระ – หัด             
                   รโห      ออกเสียงว่า           ระ – โห                                                                       
                   ชบา      ออกเสียงว่า          ชะ – บา                                                                              
                    ชนัก     ออกเสียงว่า         ชะ – นัก                           
 แต่ทั้งนี้ก็มีข้อยกเว้นบางคำที่ไม่ออกเสียงตามกฎเกณฑ์ที่กล่าวมา เช่น
                       อัศวิน   ออกเสียงว่า   อัด-สะ-วิน      ไม่ใช่    อัด-สะ-หวิน                            
                       กฤษณะ  ออกเสียงว่า  กริด-สะ-นะ    ไม่ใช่     กริด- สะ-หนะ
                      สมรรถภาพ  ออกเสียงว่า  สะ-มัด-ถะ-พาบ        ไม่ใช่    สะ-หมัด-ถะ-พาบ
๖.  คำที่เขียนในรูปอักษรนำ  ถ้าแผลงพยัญชนะต้นออกเป็นคำ  ๒  พยางค์   จะต้องอ่านเสียงพยางค์หลัง 
ให้มีเสียงสูงต่ำเท่ากับคำเดิมที่ยังไม่ได้แผลง  เช่น                                  
  จรัส   แผลงเป็น       จำรัส     อ่านว่า       จำ – หรัด      
  ตรวจ   แผลงเป็น      ตำรวจ  อ่านว่า      ตำ – หรวด  
  ตริ       แผลงเป็น     ดำริ   อ่านว่า       ดำ – หริ
๗.  คำที่เรายืมมาจากภาษาต่างประเทศ  เช่น  ภาษาบาลี  สันสกฤต เขมร และอังกฤษ  นำมาอ่านแบบอักษรนำของอักขรวิธีไทย  ทั้งที่รูปคำไม่ใช่อักษรนำ 
เพราะพยัญชนะตัวหน้ามีรูปสระปรากฏอยู่  แต่เนื่องจากพยัญชนะตัวหน้าเป็นอักษรสูงหรืออักษรกลาง  และพยัญชนะ  ตัวหลังเป็นอักษรเดี่ยว
  จึงอ่านอย่างอักษรนำไปด้วย  เช่น          
 ขณะ         อ่านว่า          ขะ – หนะ             ฉวี         อ่านว่า         ฉะ – หวี        
 คำบางคำที่ได้มาจากบาลีสันสกฤต  ที่ไม่ได้มีรูปแบบอักษรนำแต่อนุโลมให้อ่านแบบอักษรนำ  เช่น                                                   
     ดิลก        อ่านว่า       ดิ – หลก
     อริ           อ่านว่า     อะ – หริ                                                                                      
     สิริ           อ่านว่า     สิ – หริ                                                                               
     กิเลส       อ่านว่า       กิ – เหลด                                                
คำที่ได้มาจากภาษาต่างประเทศอื่นๆ  นอกจากบาลีสันสกฤตอ่านแบบอักษรนำของไทย  เช่น                                        
   ขยม      อ่านว่า  ขะ – หยม  (เขมร)           สลา        อ่านว่า    สะ – หลา  (เขมร)                                                                            
ตัวอย่างคำอักษรนำที่อ่านออกเสียงวรรณยุกต์พยางค์หลังตามพยางค์หน้า
      กนก       ขณะ       ?ขนง        ขนาย      ขนม       เขนย        จรุง     เจริญ     จรัส ฉลอง                    
     ฉลาด     ฉลุ        ฉลวย      ฉมัง        ฉมวก     ดิเรก       ดิลก        ตลอด     ตาลโตนด        ตวาด      ตลิ่ง                   
     ตลก        ตลับ     ตลบ        ถวาย       ถวิล        ถนอม    ปรอท   แปรก      ผลิต        ผญา        ศักราช                              
     สม่ำเสมอ      สมัคร     สมัย         สมาน     สมุห์       สมุด       เสมียน     สยมภู     สยุมพร       สิริ     สยาม     
     หิริ          อาขยาน     อนึ่ง    อเนจอนาถ          เอิกเกริก    ไอศวรรย์              ฯลฯ
การอ่านออกเสียงคำแผลง                                                                                                                                                       
 คำแผลง    คือคำเดิมที่เป็นคำพยางค์เดียวแผลงมาเป็นคำสองพยางค์  และมีพยัญชนะต้นเป็นตัวควบกล้ำ 
เมื่ออ่านพยางค์หลังมักผันเสียงตามตัวนำเดิมการอ่าน            
 คำแผลงมีหลักเกณฑ์  ดังนี้ คือ                                                                                                                                        
๑.  ถ้าคำเดิมเป็นพยัญชนะควบกล้ำ  เมื่อแผลงเป็น  ๒  พยางค์  ต้องอ่าน            
  ออกเสียงพยางค์หลัง  ให้มีเสียงวรรณยุกต์เท่ากับคำเดิม  เช่น                                             
กราบ         แผลงเป็น              กำราบ  อ่านว่า  กำ  -  หราบ                      
กลบ           แผลงเป็น              กระลบ  อ่านว่า  กระ  -  หลบ                    
กลับ           แผลงเป็น              กระลับ อ่านว่า  กระ  -  หลับ                    
ครบ           แผลงเป็น              คำรบ    อ่านว่า  คำ  -  รบ                                                                                                            
  ยกเว้น     ปราศ        แผลงเป็น    บำราศ    อ่านว่า      บำ  -  ราด   ซึ่งเป็นการอ่านตามความนิยม
๒.  ถ้าคำเดิมเป็นพยัญชนะต้นตัวเดียว คือไม่มีตัวควบกล้ำ  โดยมากเมื่อแผลงคำเป็นสองพยางค์แล้ว  ให้อ่านออกเสียงตามรูปที่ปรากฏ
คือ รูปเขียนอย่างไรก็ให้อ่านอย่างนั้น       เช่น                                              
   ชาญ       แผลงเป็น              ชำนาญ               อ่านว่า        ชำ  -  นาน                                          
   เดิน        แผลงเป็น              ดำเนิน                  อ่านว่า       ดำ  -  เนิน                                           
   เถกิง      แผลงเป็น              ดำเกิง                  อ่านว่า         ดำ  -  เกิง                                             
   โจทย์     แผลงเป็น              จำโนทย์                อ่านว่า        จำ  -  โนด                                         
    ช่วย      แผลงเป็น              ชำร่วย                 อ่านว่า          ชำ  -  ร่วย                                            
   อวย        แผลงเป็น              อำนวย                อ่านว่า         อำ  -  นวย                                           
   แสดง     แผลงเป็น              สำแดง                  อ่านว่า         สำ  -  แดง                                           
   ๓.  การออกเสียงพยางค์หลังตามรูปที่เขียน  ระดับเสียงอาจไม่เท่าเดิม  าต้องการจะให้เสียงเท่าเดิม  หรือเสียงสูงก็ให้ใช้  ห  นำได้  เช่น                                                                
 แต่ง        แผลงเป็น              ตำแหน่ง         จ่าย        แผลงเป็น         จำหน่าย                                
  เกิด       แผลงเป็น              กำเหนิด            ติ          แผลงเป็น          ตำหนิ                                                
 

  กลับไปcontent กลับด้านบน