EDU : Social Network
 

เนื้อหาเรื่อง หลักการพิมพ์ดีดไทยแบบสัมผัส

การสอนพิมพ์ดีดไทย    
           ในชีวิตประจำวันของคนเราทุกวันนี้มักคุ้นเคยกับการใช้พิมพ์ดีดในการ
พิมพ์ข้อความต่าง ๆ ประกอบเอกสารที่สำคัญ ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเกี่ยวกับ
จดหมายต่าง ๆ รวมไปถึงข้อความลับที่สำคัญในการประกอบการอาชีพนั้น ๆ
การสอนพิมพ์ดีดภาษาไทยผู้เรียนจำเป็นต้องเรียนรู้หลักการพิมพ์ดีดไทย
แบบสัมผัสดังนี้
         1. ความหมายของการพิมพ์

           การพิมพ์  หมายถึง  การถ่ายแบบโดยใช้เครื่องจักรกดตัวหนังสือให้ติด
บนวัตถุ เช่น แผ่นกระดาษ หรือทำให้เป็นตัวหนังสือหรือรูปรอยอย่างใด ๆ
โดยการกด
           การพิมพ์ดีด หมายถึง การกดตัวอักษรจากเครื่องพิมพ์ดีดลงบนกระดาษ
อันอาจทำให้เกิดเป็นสิ่งพิมพ์ขึ้นหลายสำเนาการพิมพ์ดีดที่ถูกควรจะต้องพิมพ์
ด้วยวิธีการพิมพ์สัมผัส โดยใช้นิ้วมือทั้งหมด 10 นิ้ว ในการพิมพ์ แต่นิ้วหลักที่
ใช้ในการพิมพ์สัมผัสแป้นอักษรทั้ง 2 มือ คือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนางและนิ้วก้อย
ส่วนนิ้วหัวแม่มือใช้ในการเคาะคานเว้นวรรค
          2.
ความสำคัญของการพิมพ์ดีด
          การปฏิบัติงานในสำนักงานจะเกี่ยวข้องกับงานเอกสารเป็นส่วนใหญ่ เช่น
จดหมาย วารสาร รายงานการประชุม รายงานผลการปฏิบัติงานต่าง ๆ ไม่ว่า
จะเป็นหน่วยงานทางธุรกิจ หน่วยงานราชการ สถานศึกษา และวัดต่าง ๆ ฯลฯ
จำเป็นจะต้องมีการประชุมและสรุปผลการทำงาน การติดต่อสื่อสารกับบุคคล
ภายนอกในรูปจดหมายและวารสารอื่น ๆ ในการแจ้งข่าวสารข้อมูลให้ทราบ
โดยทั่วกัน การติดต่อสื่อสารเหล่านี้จะต้องอาศัยเอกสารหลักฐานที่มีความถูกต้อง
เป็นระเบียบเรียบร้อย อ่านง่ายชัดเจน เพื่อให้เข้าใจข้อความตรงกันทั้งผู้รับ
และผู้ส่ง ข้อมูลข่าวสารที่ใช้ในการติดต่อ สื่อสารควรจะต้องพิมพ์เพื่อสะดวกใน
การอ่าน ฉะนั้นการพิมพ์จึงมีความจำเป็นและสำคัญต่อการปฏิบัติงานสำนักงาน
ทุกหน่วยงาน เพราะการพิมพ์จะทำให้เอกสาร น่าอ่าน ชัดเจน เป็นระเบียบ
เรียบร้อย
โดยไม่ต้องเดาลายมือผู้เขียนเนื่องจากก่อนที่จะพิมพ์จะต้องมีการร่าง
ด้วยลายมือ และลายมือของแต่ละคนจะแตกต่างกัน บางคนอ่านง่าย บางคน
อ่านยากบางครั้งอาจจะเดาข้อความผิดพลาดจากเนื้อหาเดิมได้ จึงจำเป็น
ต้องพิมพ์และผู้ที่จะปฏิบัติงานสำนักงานด้วยการพิมพ์ที่ดีนั้นจะต้องมีสมาธิ
ในการทำงานเพราะการมีสมาธิจะช่วยทำให้เกิดความถูกต้องแม่นยำ
ในการพิมพ์มากขึ้นการพิมพ์ดีดที่มีความแม่นยำและรวดเร็วด้วยวิธีการพิมพ์
สัมผัสซึ่งการพิมพ์สัมผัสจะเป็นพื้นฐานการพิมพ์งานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์
์ได้ดีมีประสิทธิภาพมากกว่าการพิมพ์อักษรทีละตัวในกรณีที่ผู้พิมพ์
ไม่ได้ฝึกพิมพ์ด้วยการพิมพ์ดีดสัมผัสอย่างแม่นยำมาก่อนจะทำให้
้การพิมพ์งานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์
ขาดประสิทธิภาพได้
           3. ประโยชน์ของการพิมพ์สัมผัส
           การพิมพ์ดีดด้วยวิธีการพิมพ์สัมผัสเป็นลักษณะการพิมพ์ที่ถูกวิธี ทำให้
กล้ามเนื้อนิ้วทุกนิ้วได้ใช้งานอย่างเหมาะสม สม่ำเสมอตามสภาพของลักษณะ
นิ้วมือการพิมพ์สัมผัสจะสามารถทำให้พิมพ์งานได้ถูกต้องรวดเร็วกว่าการ
เคาะแป้นอักษรทีละตัวเพราะจะเสียพลังงานมากกว่าและออกแรงเคาะ
แป้นอักษรแรงกว่าการพิมพ์
สัมผัสและทำให้เกิดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ
ได้ง่ายอาจทำให้ เมื่อยล้า และพิมพ์งานได้ไม่นาน
        4. ส่วนประกอบต่าง ๆ ของเครื่ืองพิมพ์ดีดไทย

ชื่อส่วนต่าง ๆ ของเครื่องพิมพ์ดีดที่สำคัญ

              4.1  คานทับกระดาษ
                   -  เหล็กสเกลคานทับกระดาษ ( หมายเลข 18) มีลักษณะเป็นแท่งโลหะกลมเล็กอยู่ติดขนานกับลูกยางใหญ่ โดยมีลูกยางเล็ก
2 - 3 ลูกติดอยู่ด้วยและมีสเกลตัวเลขบอกช่องขนาดตัวอักษร
                        -  ลูกยางทับกระดาษ (Paper Bail Rolls)  (ลูกยางเล็ก)
(หมายเลข 19) ปกติลูกยางทับกระดาษที่อยู่ติดอยู่กับคานทับกระดาษจะมี
2 ลูก(บางยี่ห้อจะมี 3 - 4 ลูก) ใช้สำหรับทับกระดาษพิมพ์ให้ยึดแนบติด
กับลูกยางใหญ่ เมื่อใส่กระดาษเรียบร้อยแล้ว ให้เอาคานทับกระดาษลง
โดยเลื่อนลูกยาง(2 ลูก) ให้แบ่งกระดาษมีลักษณะเป็นลูกยางเล็ก ๆ
2 - 3 ลูก สำหรับทับกระดาษขณะพิมพ์ใช้ทับกระดาษเพื่อวัดความ
กว้างของหน้ากระดาษ สามารถเลื่อนไปมาได้ สำหรับปรับทับ
กระดาษจับมุมให้เสมอกัน จัดลูกยางที่คานทับกระดาษเป็น
3 ส่วนเท่า ๆ กันของหน้ากระดาษ
               4.2  ด้ามปัดแคร่ ( หมายเลข 1) มีลักษณะเป็นดามเหล็กติดกับแคร่
ด้านซ้ายมือ มีความยาวประมาณ 8 นิ้ว  ปลายมีส่วนแบนโค้งสำหรับจับปัดแคร่
ขึ้นบรรทัดใหม่
               4.3  ปุ่มกั้นระยะซ้าย – ขวา  (หน้า – หลัง)
                  -  ปุ่มกั้นระยะซ้าย (หน้า) (Left Margin) (หมายเลข 9)
มีลักษณะเป็นปุ่มหรือแป้นสี่เหลี่ยมยื่นขึ้นมาที่ด้านหลัง สเกลวัดรองกระดาษ
สามารถเลื่อนได้ ตรงกลางแป้นมีขีดเส้นสีแดง/สีขาว ใช้สำหรับกั้นระยะซ้าย
หรือกั้นหน้ากระดาษตามตำแหน่งที่เริ่มต้นพิมพ์ ผู้พิมพ์สามารถตั้งกั้น
ระยะซ้าย(กั้นหน้า) จากขอบกระดาษริมสุด โดยเลื่อนปุ่มกั้นหน้าไปอยู่
ในตำแหน่งที่ต้องการ เช่น
                      กั้นหน้า           1 นิ้ว             เลื่อนปุ่มไปที่เลข           10
                      กั้นหน้า           1.5 นิ้ว          เลื่อนปุ่มไปที่เลข           15
                      กั้นหน้า           2 นิ้ว             เลื่อนปุ่มไปที่เลข           20

                  -  ปุ่มกั้นระยะขวา (หลัง ) (Right Margin) (หมายเลข 13) มีลักษณะเช่นเดียวกับปุ่มหรือแป้นกั้นระยะซ้ายแต่อยู่ทางด้านขวาใช้สำหรับ
กั้นระยะขวา หรือกั้นหลัง  หน้ากระดาษสำหรับตำแหน่งที่สิ้นสุดความยาวของ
บรรทัดที่พิมพ์ก่อนที่จะพิมพ์งานขั้นผลิตทุกครั้ง ผู้พิมพ์จะต้องกั้นระยะหน้าหลัง
ให้เหมาะสมเพื่อความสวยงาม ถ้าเลื่อนปุ่มกั้นหลังไปไว้ที่จุดใด เมื่อพิมพ์ไปถึง
จุดนั้นจะมีเสียงกระดิ่งดังขึ้น เพื่อเตือนให้ผู้พิมพ์ทราบว่ากระดาษใกล้หมด
บรรทัด จะพิมพ์ต่อไปได้อีกเพียง 2 - 3 ตัวอักษร ถ้าต้องการพิมพ์ต่อจนหมดคำ
จะต้องกดแป้นขอตัวอักษร แล้วพิมพ์ให้จบคำ ซึ่งผู้พิมพ์จะต้องคอยระวัง
อย่าพิมพ์จนตกขอบกระดาษ

          ตัวอย่างการกั้นหน้า - หลัง  หน้ากระดาษกว้าง 102 เคาะ กั้นหน้า
ที่ตำแหน่งเลข 15 กั้นหลัง 102 - 15 = 87  ก็เลื่อนกั้นหลัง หรือกั้นระยะขวา
ไปที่ 87 โดยจะเริ่มต้นพิมพ์ที่ตำแหน่งเลขที่15และพิมพ์ข้อความยาวบรรทัด
ไปสิ้นสุดที่ตำแหน่ง 87
              4.4  แผงนำกระดาษ (หมายเลข 8) ลักษณะเป็นแผ่นโลหะบางเล็ก ๆ
อยู่ด้านหน้า ที่ช่องใส่กระดาษ มีส่วนยื่นออกมาสำหรับจับเลื่อนไปมาได้
ตำแหน่งที่อยู่ของแผงนำกระดาษ เริ่มต้นที่เลข 0 เวลาใส่กระดาษ
ให้ริมกระดาษด้านซ้ายชิดแผงนำกระดาษ
            4.5  แผงรองกระดาษ (Paper Rest) (หมายเลข 11) เป็นแผงพลาสติกหรือแผงเหล็กจะดึงขึ้นหรือกดพับลงได้ ใช้เป็นที่รองแผ่น
กระดาษขณะพิมพ์ เพื่อไม่ให้กระดาษพับหรืองอลง และยังใช้เป็นเครื่อง
วัดความยาวของกระดาษพิมพ์ได้อีกด้วย ใช้สำหรับรองกระดาษ
            4.6  แผงรองลบ (Erasing Table) (หมายเลข 12) เป็นแผ่นเหล็ก
แบนราบ ใช้เป็นที่รองเพื่อลบคำที่พิมพ์ผิด เช่นเมื่อพิมพ์ผิดให้หมุนกระดาษ
ขึ้นมาให้คำที่พิมพ์ผิดอยู่ตรงแผงรองลบ แล้วจึงลบโดยปฏิบัติตามวิธีลบคำผิด
ที่ถูกต้องเป็นแผ่นเหล็กยาวติดกับแคร่รองรับกระดาษเวลาลบคำผิด
            4.7  คานเว้นวรรค (Space Bar(หมายเลข25)มีลักษณะเป็นแป้น
สี่เหลี่ยมกว้าง 1.5 ซม. ยาวประมาณ 6 นิ้ว อยู่ติดขอบเครื่องด้านหน้าแถวล่าง
ของแป้นอักษรใช้สำหรับเมื่อต้องการพิมพ์เว้นวรรค โดยใช้นิ้วหัวแม่มือ
ขวาหรือซ้าย
            4.8  ก้านคลายกระดาษ (Paper Release Lever) (หมายเลข 14) ลักษณะเป็นก้านแผ่นโลหะบางเล็ก ยื่นออกมาติดแคร่ทางด้านขวามือใกล้ลูกบิดขวา บางครั้งเมื่อป้อนกระดาษเข้าเครื่องแล้วอาจใส่กระดาษไม่ตรง จำเป็นต้องปรับ
กระดาษไม่ให้เอียง โดยโยกก้านคลายกระดาษเข้าหา
ตัว เพื่อให้ลูกยาง
ป้อนกระดาษคลายออก แล้วจึงปรับกระดาษให้ตรง เสร็จแล้วโยกก้านคลาย
กระดาษลงจึงเริ่มพิมพ

            4.9  ปรับระยะบรรทัด (บรรทัดที่ห่างถี่) (หมายเลข 7) มีลักษณะเป็นปุ่มอยู่ด้านซ้ายมือใกล้ลูกบิดสามารถเลื่อนปรับตำแหน่งบรรทัดได้ 3
ระยะโดยมีตัวเลขบอกระยะบรรทัด 1  2  3  สำหรับพิมพ์ดีดภาษาไทยใช้ระยะ
บรรทัด 2 เพราะมีสระวรรณยุกต์บนล่าง
            4.10  ลูกบิดซ้าย – ขวา(หมายเลข217)ลักษณะเป็นลูกบิด
พลาสติกกลมเล็กสีดำติดกับลูกยางใหญ่ยื่นออกมาด้านซ้ายและด้านขวา
ใช้สำหรับบิดหมุนเลื่อนกระดาษขึ้นหรือลงตามต้องการ

            4.11  ที่เลื่อนแคร่ (เลื่อนแคร่ซ้าย – ขวา) (หมายเลข 5 , 16) เป็นปุ่มหรือแป้นอยู่ติดกับแคร่ทางด้านซ้ายและด้านขวามือ
            4.12  ปุ่มบังคับผ้าหมึก (ก้านโยกปรับผ้าหมึก) (Ribbon Adjuster)
(หมายเลข 29) มีลักษณะเป็นปุ่มหรือก้านโยกปรับเลื่อนได้ อยู่ด้านล่างขวามือ
มีจุดบอกตำแหน่ง 3 จุดสีขาว สีดำ/น้ำเงิน สีแดง เมื่อต้องการพิมพ์กระดาษไข
จะต้องปรับผ้าหมึกไม่ให้ยกขึ้นมิฉะนั้นกระดาษไขที่พิมพ์จะไม่ทะลุเมื่อนำมา
อัดสำเนาตัวอักษรที่พิมพ์จะเลือนลางไม่ชัดเจน จึงจำเป็นต้องโยกก้าน
ปรับผ้าหมึกพิมพ์ไปอยู่ที่ช่องสีขาว เมื่อพิมพ์กระดาษไขเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ต้องการพิมพ์งานอื่นต่อไป ให้โยกก้านปรับผ้าหมึกไปที่ช่องสีน้ำเงิน ผ้าหมึกจะยกขึ้นตามเดิมพิมพ์ธรรมดาปรับที่สีน้ำเงิน/สีดำ
            4.13  คาน TAB, ตั้ง TAB และลบ TAB
                   -  คาน TAB Tabulating Bar (หมายเลข 26) ใช้สำหรับ
เลื่อนแคร่ไปยังตำแหน่งที่ต้องการพิมพ์หรือที่ได้ตั้ง TAB (Tab Set)  ไว้แล้ว
                   -  ปุ่ม Tab Set หรือปุ่มตั้ง  TAB  (หมายเลขที่ 21 ) หรือ
Tab + อยู่ด้านขวาของตัวเครื่องใช้สำหรับตั้งระยะจำกัดตอนหรือย่อหน้า เมื่อต้องการตั้งระยะจำกัดตอนเพื่อพิมพ์บัญชร (Column) หรือพิมพ์ตาราง
(Table) ต่างๆ ให้ตั้งระยะโดยกด Tab + เพื่อจะได้พิมพ์ตรงกันทุกบรรทัด
ในแต่ละบัญชรตามความต้องการ เป็นการตั้งระยะจำกัดตอน
                   -  ปุ่ม Tab Clear หรือ ปุ่มลบ  TAB (หมายเลข 31) เมื่อกด
คาน TAB เลื่อนแคร่ไปยังตำแหน่งที่ตั้งระยะจำกัดตอนไว้ กดปุ่ม Tab Clear
(เครื่องหมาย -) ระยะจำกัดตอนที่ตั้งไว้ก็จะลบหายไป
            4.14  แป้นขออักษร/แป้นปล่อยแคร่  Margin Release
(หมายเลข 30) มีลักษณะเป็นแป้นอยู่ด้านซ้ายมือด้านบนสุดของแป้นอักษร
ใช้สำหรับปลดกั้นหลังในกรณีที่เมื่อพิมพ์ข้อความไปเกือบสุดบรรทัดและ
ได้ยินเสียงกระดิ่งเตือนเพื่อให้ทราบว่าจะถึงจุดกั้นหลังแล้วถ้ามีข้อความ
พิมพ์ต่อให้กดแป้นขอตัวอักษรก็สามารถพิมพ์ต่อไปได้อีก5 ดีด
จึงปัดขึ้นบรรทัดใหม่ ระวังอย่าพิมพ์เลยออกไปจนตกขอบกระดาษ
            4.15  แป้นถอยหลัง  Back Space (หมายเลข 22 )มีลักษณะเป็นแป้น
อยู่ขวามือของแป้นอักษร ใช้สำหรับกดให้แคร่เลื่อนไปข้างหน้า กดแป้น1 ครั้ง
เท่ากับ 1 ตัวอักษร ในกรณีเมื่อพิมพ์ข้อความเลยไปโดยยังไม่ได้ใส่วรรณยุกต์
หรือสระ สามารถกดแป้นถอยหลังกลับมาให้ตรงจุดที่ต้องการ พิมพ์เติมสระวรรณยุกต์
ได้บางครั้งพิมพ์แล้วอักษรกระโดดเลื่อนออกไป ก็สามารถกดแป้นถอยหลังให้กลับ
มาที่เดิมได้ และแป้นถอยหลังยังใช้ประโยชน์ในการพิมพ์วางศูนย์ได้อีกด้วย
            4.16  แป้นยกแคร่พิมพ์อักษรบนซ้าย – ขวา (Left & Right Shift Key)
(หมายเลข 27 , 23) มีลักษณะเป็นแป้นสี่เหลี่ยมใหญ่กว่าแป้นอักษรอยู่ทั้งด้านซ้าย และด้านขวาใกล้กับแป้นอักษรแถว
            4.17  แป้นล็อกอักษรบน (Shift Lock) (หมายเลข 28) 
เป็นแป้นอยู่ทางด้านขวามือใกล้ปุ่มปรับผ้าหมึก ใช้สำหรับล็อกเวลาพิมพ์อักษรบน
และตัวเลข เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วให้กดแป้นล็อกแคร่ (Shift Lock) อีกครั้งหนึ่งแคร่จะตก
ลงมาก็จะสามารถพิมพ์ตัวอักษรได้ตามปกติ
            4.18  ก้านปรับน้ำหนักการพิมพ์ (Touch Control) (หมายเลข 24)
เป็นปุ่มควบคุมความหนักเบาของแป้นที่ดีดลงไป โดยมีเครื่องหมาย + และ –
ใช้สำหรับปรับน้ำหนักการพิมพ์ถ้าต้องการให้น้ำหนักการพิมพ์ลงบนกระดาษ
มีน้ำหนักมาก เช่น ถ้าต้องการพิมพ์งานที่ใส่สำเนาหลาย ๆ ฉบับ ในกรณีพิมพ์
สำเนาคาร์บอนมากกว่า 2 แผ่น แป้นที่ดีดจะต้องมีน้ำหนักเพื่อให้งานพิมพ์ชัดเจน
ทุกฉบับ โดยปรับน้ำหนักการพิมพ์ไปที่เครื่องหมาย + (หนัก)  ในกรณีที่พิมพ์
กระดาษแผ่นเดียวปรับน้ำหนักไปที่เครื่องหมาย -  (เบา)
            4.19  แนวระดับบรรทัด (Line Indicator)  (หมายเลข 10)เป็นแนว
เส้นประอยู่บนแผ่นพลาสติกหน้าแคร่ ใช้ประโยชน์ในการปรับแนวระดับบรรทัด
ให้ตรงในแนวนอน
            4.20  ที่จับบัตร (Card Holder) (หมายเลข 20)ใช้ประโยชน์
เมื่อต้องการพิมพ์กระดาษแผ่นเล็ก ๆ เช่น การ์ด ไปรษณียบัตร บัตรอวยพร ฯลฯ
จะช่วยบังคับกระดาษที่ป้อนเข้าไปในตัวเครื่องให้ไหลขึ้นตามลูกยาง
เพื่อไม่ให้หลุดจากตัวเครื่อง
            4.21  ฝาครอบเครื่อง (Top Cover) ใช้ป้องกันฝุ่นละอองหรือเศษผงที่จะตกลงไปในเครื่องรวมทั้งป้องกันก้านอักษร
และตัวพิมพ์ดีดไม่ให้อุดตันจากเศษยางลบหรือฝุ่นละออง เมื่อต้องการเปลี่ยน
ผ้าหมึกพิมพ์ทำความสะอาด หรือซ่อมเครื่องพิมพ์ก็สามารถเปิดฝา
ครอบเครื่องออกได้

           5.  การสร้างเทคนิคที่ดีในการพิมพ์ดีด
        
การฝึกทักษะการพิมพ์ให้กับผู้เรียนนั้น ตามหลักการสอนพิมพ์ดีดเพื่อให้
เหมาะสมและง่ายต่อการเรียนรู้คือ การสอนจากสิ่งที่ง่ายไปหาสิ่งที่ยาก และต้อง
คำนึงถึงความสัมพันธ์ของการก้าวนิ้วไปยังแป้นอักษรอื่น เพื่อให้ง่ายต่อการจำ
แป้นอักษรโดยยึดแป้นเหย้าเป็นหลักในการก้าวนิ้ว สำหรับวิชาพิมพ์ดีดไทยน
ี้ได้เน้นการจัดบทเรียนจากง่ายไปหายาก และได้จัดลำดับการขึ้นแป้นอักษรใหม่
เป็นแบบแนวตั้งในการขึ้นแป้นอักษรบนแบบแนวตั้งนั้น จะเน้นนิ้วชี้เป็นหลัก เพราะนิ้วชี้เป็นนิ้วที่แข็งแรงสามารถพิมพ์ได้ถนัดและคล่องกว่านิ้วอื่น
ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนรู้สึกว่าพิมพ์ได้ง่าย เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้ผู้เรียนมี
ความพยายามที่จะใช้นิ้วอื่นพิมพ์ได้ต่อไปโดยเรียงลำดับจากนิ้วชี้ไปจนถึงนิ้วก้อย

          สำหรับการขึ้นแป้นอักษรใหม่ในแต่ละบทเรียน เป็นการมุ่งเน้นที่จะฝึกทักษะ
ในการเคาะแป้นอักษรที่แม่นยำ ถูกวิธีและเป็นจังหวะอย่างสม่ำเสมอ ปัดแคร่ได้
ถูกต้องและรวดเร็ว การฝึกพิมพ์แป้นอักษรเน้นการพิมพ์เป็นจังหวะ 3 จังหวะ
โดยผู้สอนขานนำออกเสียงตามตัวอักษรแต่ละตัว และผู้เรียนออกเสียงตาม
และเคาะแป้นอักษรนั้นไปพร้อม ๆ กับการขานออกเสียงด้วย เมื่อต้องการฝึก
พิมพ์แป้นอักษร ผู้เรียนจะต้องวางนิ้วพร้อมไว้ที่แป้นเหย้าทุกครั้งก่อนที่จะก้าวนิ้ว
ไปแป้นอื่น เพื่อจะได้จำแป้นเหย้าได้แม่นยำ วิธีออกเสียงให้ออกเสียงว่า
ดอ ดอ ดอ วรรค หรือ เด็ก เด็ก เด็ก วรรค เป็นต้น

           การฝึกพิมพ์แป้นอักษร ในการเคาะแป้นอักษรแต่ละแป้นนั้นให้ออกเสียง
ไปพร้อมกับการเคาะ แป้นอักษรเป็นจังหวะที่เฉียบคม เด็ดขาดและรวดเร็วด้วย
ปลายนิ้วจิกงุ้มตรง ๆ บนแป้นอักษร อย่าใช้หน้านิ้วพิมพ์ เมื่อเคาะแป้นอักษร
แล้วให้ดึงนิ้วกลับไปวางไว้ที่แป้นเหย้าทุกนิ้วดังเดิม โดยขานนำอักษร
แป้นเหย้าก่อนแล้วจึงขึ้นแป้นอักษรใหม่ ทั้งผู้สอนและผู้เรียนจะออกเสียง
พร้อมกัน โดยผู้สอนอาจจะเคาะจังหวะไปพร้อม ๆ กัน ส่วนผู้เรียน
เคาะแป้นอักษรตามที่ออกเสียง ให้ออกเสียงดังพร้อมกันทั้งห้อง
การฝึก พิมพ์โดยออกเสียงไปพร้อมกัน จะสามารถทำให้ผู้เรียน
พิมพ์ได้ถูกต้องและจำแป้นได้แม่นยำ ทั้งยังเป็น การสร้างบรรยากาศ
ในการเรียนให้มีความสนุกสนานและตื่นตัวอยู่เสมอในการฝึกพิมพ์ 
โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ถ้าผู้สอนได้เคาะจังหวะพร้อมออกเสียงไป
พร้อม ๆ ด้วย จะช่วยให้ผู้เรียนเพิ่มความสนใจและตั้งใจพิมพ์มากขึ้น

            การฝึกพิมพ์ในระยะเริ่มแรก สิ่งที่ผู้เรียนจะต้องสนใจและเอาใจใส่
ในคำตักเตือนและคำสอนจาก ผู้สอนให้มากเกี่ยวกับท่านั่งพิมพ์ที่ถูกต้อง
การวางมือการก้าวนิ้วการเคาะคานเว้นวรรค และการวาง แบบพิมพ์
ที่สำคัญคือ สายตาของผู้เรียนจะต้องอยู่ที่แบบพิมพ์ไม่มองแป้นอักษร
ในเครื่องพิมพ์

           6.  เทคนิคที่ดีในการพิมพ์ดีด
            เพื่อเป็นการสร้างเทคนิคที่ดีในการพิมพ์ดีด นักเรียนควรจะ
ได้เรียนรู้ขั้นตอนต่าง ๆ ในการใช้เครื่องพิมพ์ดีดดังน
ี้
              6.1  การพับผ้าคลุมเครื่อง
                 ก่อนที่จะเริ่มต้นใช้เครื่องพิมพ์สิ่งแรกที่นักศึกษาจะต้องฝึกสร้าง
นิสัยความมีระเบียบวินัย ในการใช้เครื่อง คือ การพับผ้าคลุมเครื่องพิมพ์
ดังนั้นผู้เรียนควรจะได้ศึกษาวิธีการพับผ้าคลุมเครื่องดังน

    • จับมุมผ้าคลุมเครื่องด้านบนด้วยมือซ้ายและมือขวาพร้อมกัน
    • ดึงผ้าคลุมขึ้นจากเครื่องพิมพ์ให้มุมที่จับผ้าอยู่ด้านในทั้งสองข้าง
      และวางผ้าลงบนพื้นโต๊ะพิมพ์ดีด
    • พับมุมผ้าทั้งสองด้าน คือ ด้านซ้ายและด้านขวาเข้าหากัน พับผ้าส่วนที่เหลือด้านล่างตลบขึ้นไปให้เป็นผ้าผืนเดียวกัน
      รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
    • พับผ้าแบ่งเป็น 3 ส่วนเท่า ๆ กัน โดยพับจากด้านซ้ายไปด้านขวา
      ใช้มือรีดผ้าให้เรียบ
    • เมื่อพับเสร็จเรียบร้อยแล้วให้เก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะพิมพ์ดีด หรือวางไว้ด้านขวามือของเครื่องพิมพ์เพื่อใช้รองแบบพิมพ์

             6.2  ท่านั่งพิมพ์ที่ถูกวิธี

    • นั่งตัวตรง คอตั้ง หลังไม่งอ ไม่ไขว่ห้าง ปล่อยแขนตามสบาย
      ไม่ต้องเกร็งข้อศอก
    • เท้าวางราบกับพื้นทั้ง 2 ข้าง เท้าชิดกัน หรือเท้าข้างใดข้างหนึ่ง
      วางเยื้องไปข้างหน้าเล็กน้อย เพื่อช่วยในการทรงตัวที่ดีในการนั่ง
    • นั่งให้เต็มก้น หลังและสะโพกชิดพนักเก้าอี้
    • ข้อศอกแนบลำตัว ข้อมือขนานกับขอบเครื่อง ข้อมือไม่ตกติด
      ชิดขอบเครื่อง ไม่วางข้อมือทาบกับเครื่อง
    • ปลายนิ้วมืองุ้ม เคาะตรง ๆ บนแป้นอักษร

             6.3  การใส่กระดาษ และการถอดกระดาษ       
                การใส่กระดาษมีวิธีปฏิบัติดังนี้

    • ยกรางทับกระดาษขึ้น
    • ใช้มือขวาโยกก้านคลายกระดาษเข้าหาตัว
    • ใช้มือซ้ายจับกระดาษพิมพ์พร้อมกระดาษรองพิมพ์
      โดยให้นิ้วหัวแม่มืออยู่บนกระดาษ
    • รองพิมพ์และนิ้วอีก 4 นิ้ว อยู่ใต้กระดาษพิมพ์
    • นำกระดาษใส่เข้าเครื่อง โดยให้ริมซ้ายของกระดาษชิด
      กับแผงนำกระดาษ โยกก้านคลายกระดาษกลับที่เดิม
      ปัดแคร่ด้วยมือซ้าย 2 ครั้ง หรือบิดลูกบิดด้วยมือขวา
      โดยใช้นิ้ว 3 นิ้ว (นิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง) บิดด้วยความ
      เร็วเพียงครั้งเดียว เพื่อให้หัวกระดาษขึ้นมาอยู่ที่คานทับกระดาษ
    • คลายลูกยางใหญ่ เพื่อจัดกระดาษให้ตรง โดยใช้คันโยกคลาย
      กระดาษ (Paper Release Lever) แล้วจึงจัดกระดาษให้ตรง
    • นำคานทับกระดาษ (Paper Holding Bar) ทับลงบนกระดาษ
      ที่จัดให้ตรงแล้ว
    • จัดลูกยางเล็กคานทับกระดาษ โดยแบ่งกระดาษออกเป็น 3 ส่วน
      เท่า ๆ กัน

                    การถอดกระดาษมีวิธีปฏิบัติดังนี้
          ในการถอดกระดาษออกจากเครื่องให้ใช้ก้านคลายกระดาษ
(Paper Release Lever)เท่านั้น ไม่ควรใช้ลูกบิด ให้ใช้มือขวาโยกก้าน
คลายกระดาษ และมือซ้ายจับกระดาษออกจากเครื่องพิมพ์
ไม่ควรดึงกระดาษออกจากเครื่องโดยไม่ใช้ก้านคลายกระดาษ

               6.4  การปัดแคร
          
  
    • ใช้มือซ้ายจับที่ด้ามปัดแคร่หรือก้านปัดแคร่ ซึ่งอยู่ด้านซ้ายมือ
      ของเครื่องโดยให้ด้ามปัดแคร่อยู่ระหว่างนิ้วหัวแม่มือ และนิ้วทั้งสี่
      (นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง นิ้วก้อย) ชิดกัน
    • ปัดแคร่เบา ๆ เพื่อให้เลื่อนแคร่ขึ้นบรรทัดใหม่ โดยให้ด้ามปัดแคร่
      สัมผัสกับสันนิ้วชี้
    • วางในแนวตั้งและให้สันด้านนิ้วชี้ปัดแคร่เลื่อนแคร่ไปจนสุด
      โดยมีนิ้วหัวแม่มือคีบปลายด้ามปัดแคร่ประคองแคร่ไปด้วย

             6.5  การวางนิ้วบนแป้นอักษร

            ในการเคาะแป้นอักษร ควรจะต้องงอนิ้วให้น้ำหนักการเคาะแป้นอยู่ที่
ปลายนิ้ว ตรงจมูกเล็บ (ไม่ควรไว้เล็บยาว) เคาะแป้นอย่างสม่ำเสมอและรวดเร็ว
ในการก้าวนิ้ว
อย่ากดแป้นอักษรแรง เพราะถ้า กดแป้นอักษรแรงจะทำให้อักษร
เป็นรอยซ้อนกัน
2 ตัวได้ การเคาะแป้นจะทำให้เฉียบคมมากกว่ากด ส่วนคาน
เว้นวรรคให้ใช้หัวแม่มือเคาะ
             6.6  ลักษณะของแป้นอักษร
           แป้นอักษรในเครื่องพิมพ์ดีดทุกยี่ห้อ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด
               1.  อักษรเดินหรืออักษรเป็น  หมายถึง  แป้นอักษรที่เวลาเคาะแป้นแล้ว
แป้นเดินต่อซึ่งได้แก่ กลุ่มพยัญชนะทุกตัว สระบางตัว เช่น  ก ส  ด   เป็นต้น
               2. อักษรตาย  หมายถึง  แป้นพิมพ์ที่เวลาเคาะแป้นแล้วจะอยู่กับที่
ซึ่งได้แก่ กลุ่มสระบางตัวและวรรณยุกต์  เช่น    ?    ี    ็   ๋  เป็นต้น

             6.7  ขนาดตัวอักษร
                ตัวอักษรที่ใช้ในเครื่องพิมพ์ดีด โดยทั่วไปในปัจจุบันนี้
มีอักษร  2  ขนาด คือ
                1.  อักษรตัวใหญ่ (Pica) ใน 1 นิ้ว สามารถจุอักษรได้  10 ตัวอักษร
                2.  อักษรตัวเล็ก (Elite) ใน 1 นิ้ว สามารถจุอักษรได้ 12 ตัวอักษร
เป็นขนาดที่นิยมใช้โดยทั่วไป